สังขละบุรี

posted on 24 Oct 2012 14:17 by nanzynanzy in Travelers
โห ไม่ได้เขียน blog นานเกือบปี ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรให้เขียนนะ แต่ขี้เกียจมากกว่า เพราะระหว่างทาง เราก็จดๆวาดๆลงสมุดที่พกติดตัวไปอยู่แล้วเลยขี้เกียจมาพิมพ์ซ้ำ :p
 
แต่มาในวันนี้ หลังจากกลับมาจากการเดินทางแบบใหม่ที่เราเองไม่เคยไปแบบนี้มาก่อน ก็รู้สึกว่ามันมีแต่เรื่องดีดี เรื่องน่ารัก และเรื่องสนุกเต็มไปหมดจนอยากจะแชร์เอาไว้หน่อย จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้แปลกอะไรกับคนที่ขับรถไปสังขละบุรี แต่สำหรับเรา ก็แอบตื่นเต้นนิดนึงเพราะแทบจะไม่เคยขับทางไกลขนาดนี้มาก่อน
 
 
08.19 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2555
ออกเดินทางจากบ้านเรา ตามที่พ่อบอกให้ไปทางนครปฐม ตรงไปเรื่องๆเดี๋ยวก็เจอกาญจนบุรีเอง เราเองก็ไม่ได้ทำการบ้านอะไรมาเยอะแยะ รู้เท่าที่พ่อบอกนั้นแหละ อาศัยอ่านป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ เพราะเหตุนี้นี่เองเลยทำให้เราไปในทางที่รถมันติดๆ เสียเวลาจริงๆ (จำได้ว่าเคยนั่งรถตู้ไปเมืองกาญไม่เห็นรถจะติดแบบนี้เลยนะ) แต่ไม่เป็นไร ก็ขับมาเรื่อยๆ ถึงนครปฐมก็ดีใจแล้ว ขับไปเรื่อยๆเจอป้ายกาญจนบุรีก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย ต่อไปก็ง่ายและอยู่เมืองกาญ หาป้ายไปทางไทรโยค-ทองผาภูมิ-สังขละบุรี แวะกินนู้นๆนี่ๆเป็นพักๆ เราเองก็หน่วงๆ เพราะเมื่อคืนก็นอนดึกอยู่เหมือนกัน ใช้เวลาร่วม6ชั่วโมง ถึงสังขละบุรีจนได้ โคตรดีใจเลย ระหว่างทางทางก็คดเคี้ยวสมคำร่ำลือ แต่เราว่าไม่มากเท่าไหร่นะ :p พุ่งตรงไปที่พัก Haiku Guesthouse ก่อนเลย ไม่รู้ด้วยว่าตั้งอยู่ไหนของสังขละ ก็ขับไปเรื่อยๆก็เจอ เออ ง่ายดีนะ ที่พักเล็กๆน่ารักมี4-5ห้องเอง ลักษณะเป็นกระท่อมไม้ไผ่ เดินทีเสียงดังกร๊อบแกร๊บ แต่เย็นเหลือเชื่อ เราหลับพักขา พักตาสักแปบนึง ค่อยออกมาเดินเล่นที่สะพานมอญต่อ
 
 
สังขละบุรีเป็นอ.ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญไกลถึง200กว่ากิโล อยู่ติดชายแดนไทย-พม่า ผ่านทางด่านเจดีย์สามองค์ จริงๆเราเคยมาทีนึงแล้วตอนเด็กๆ ตอนนั้นจำความอะไรไม่ค่อยได้เลย รู้แค่ว่าเคยมีรูปถ่ายกับป้ายตะวันตกสุดแดนสยามอะไรประมาณนี้ เราอยากมาสังขละมานานมากๆๆๆแล้ว บางอารมณ์ก็อยากไปคนเดียว บางอารมณ์บอกว่าไปคนเดียวจะเปล่าเปลี่ยวกว่าเดิม สุดท้ายได้มากับเพื่อนรัก ได้มาก็ดีใจแล้ว :)
 
 
ตอนอยู่ตรงสะพานมอญ ก็เดิยถ่ายรูปไปมาๆอยู่อย่างนั้น นั่งดูพระอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้า ตามประสาทริปขี้เกียจหน่อยๆของเรา สักพักก็มีน้องๆ3คนมานั่งใกล้ๆ ชวนคุยไรเรื่อยเปื่อย แล้วเราก็ชวนเค้าไปกินข้าวด้วยกัน คุยกันถูกคอเลยชวนเขาไปนั่งกินไรกันต่อหน้าที่พักเราที่เปิดเป็นคาเฟ่เล็กๆชื่อ Graph Cafe' ขอบอกว่าอร่อยมาก อยู่แถวนี้3วัน กินโกโก้ร้านเค้าไป3แก้แล้ว โดยเฉพาะ โกโก้ใส่กล้วยปั่น อร่อยมาก :3 สุดท้ายแล้วก็แลก FB กันไว้จะได้มาคุยกันต่อตอนอยู่กรุงเทพฯ น่ารักดี ชอบความรู้สึกแบบนี้จัง...
 
21 ตุลาคม 2555
เนื่องจากคืนนี้ยังไม่มีที่พัก คืนก่อนหน้าขับรถผ่านเห็น hostel เปิดใหม่เลยเข้าไปถามและจองไปเรียบร้อย เลยทำให้วันนี้ได้ชิวกันทั้งวัน และเราก็ไม่ได้มีแผนอะไรพิเศษนอกจากตื่นเช้าไปตักบาตร ดูชาวมอญ ที่สะพานมอญในตอนเช้า พระจะมาบิณฑบาตรประมาณ6.20 แนะนำให้ไปก่อน ไปดูหมอกยามเช้า อากาศเย็นสบาย ให้หลับตรงนั้นก็ทำได้นะนี่พูดเลย สบายมากๆอ่ะ ตักบาตรเสร็จก็กินโจ๊กมอญ อร่อยดี ในหมูสับแบบที่ไม่ได้เป็นก้อนๆกลมๆ เป็นหมูสับจริงๆ มีหมี่กรอบด้วย แต่นักท่องเที่ยวโคตรเยอะเลย รีบกิน รีบไปดีกว่า กินเสร็จ เราก็ขับรถไปวัดวังวิเวการาม (วัดหลวงพ่ออุตมะ) ไปไหมหลวงพ่อที่เป็นที่เคารพของคนที่นี่สักหน่อย ไปไหว้เจดีย์พุทธคยาที่เป็นเหมือนlandmarkของสังขละบุรีด้วย เออลืมบอกว่าก่อนหน้าไปวัด เราก็เหมาเรือไปดูโบสถ์วัดวังฯที่จมน้ำ ช่วงนี้น้ำขึ้น เหลืออีกประมาณ2ฟุตก็มิดแล้ว ตื่นเต้นมากๆ อยากมาตอนหน้าไม่มีน้ำอีกที
 
 
ตรงที่เรานั่งเรือไปหน่ะ มันเป็นที่ที่ประกอบด้วยแม่น้ำ3สายมาบรรจบกัน ได้แก่ แม่น้ำบีคลี่ จากพม่า แม่น้ำซองกาเรีย แม่น้ำรันตี ไหลมารวมกันตรงจุดที่เรียกว่า สามประสพ แล้วมันก็จะไหลไปตามแม่น้ำแควน้อย
หน้าไม่มีน้ำที่พอจะเดินลงไปได้น่าจะอยู่ช่วงประมาณเดือนมีนา-พ.ค.นะ ถ้ามีโอกาสอยากมาอีกจัง :)
 
พอกลับจากวัด เราก็ไปกินข้าวที่ สมชายกาแฟสด เห็นในpantipเขารีวิวไว้เลยไปกินข้าวมั้ง ก็โอเค อิ่มกำลังดี
 
 
กลับมาเสร็จก็เนื่องจากไม่มีแผน เราเลยนั่งอยู่ร้านกาแฟยาวเลย เล่นเนตหาว่าจะไปไหนดี พอเจอก็ขี้เกียจ 555 นั่งเล่นอยู่อย่างนั้น จนถึงบ่ายแก่ๆเราก็ย้ายตัวไปที่พักอีกที่ที่เราจองไว้ แล้วเราก็นอนกลางวันต่อ...
 
 
ตื่นมาก็ออกไปถ่ายรูปเล่นที่จุดชมวิววังกะ ไปสั่งพิซซ่า แล้วรีบกลับมาดู the voice (ติ่งขนานแท้)
เรานั่งดูอยู่ที่โซฟาในhostel แล้วก็มีนักท่องเที่ยวคนอื่นมานั่งดูด้วย แล้วผนก็ตก แล้วไฟก็ดับแปบนึง เป็นบรรยากาศที่ดีทีเดียว พอโฆษณาก็รีบขับไปรับพิซซ่าที่สั่งไว้กินเป็นอาหารเย็น อ่า..ฟิน
 
พอดู the voice จบ ก็ใบ้เลย ไม่รู้จะไปไหน น้องๆกลุ่มนั้นเขาก็กลับไปตั้งแต่เช้าแล้ว เลยนั่งเล่นแปบนึง พี่เจ้าของเขาก็มาถามว่า เขาจะไปงานวัดตรงด่านเจดีย์สามองค์ ไปด้วยกันมั้ย //แทบไม่ต้องคิดคำตอบ ไปอยู่แล้วสิ :) เราไม่รู้ด้วยว่าตอนนั้นเขามีงาน เหมือนเป็นงานออกพรรษาอะไรสักอย่าง เป็นงานวัดเล็กๆที่มีแต่ภาษาพม่า มีคนพม่ามาเดิน ของเล่นก็เหมือนที่เห็นๆ มีชิงช้าสวรรค์ มีขายของ แต่เราชอบบรรยากาศนะ มันน่ารักดี นุ่งผ้าถุงมากันเต็มเลย หอบลูกจูงหลานทาทานาคากันขาวเต็มหน้า น่ารักดี
 
 
 
กลับมาถึงที่พักก็มาถามพี่ พรุ่งนี้หนูจะไปไหนดี ต้องออกจากสังขละไปแถวๆไทนโยคแล้ว แต่ก็อยากจะแวะไหนสักที่ก่อน พี่เขาเลยแนะนำให้เข้าไปพม่าดู และวาดแผนที่ให้เราเสร็จสรรพ ขอบคุณมากค่ะพี่แอน :)
 
 
22ตุลาคม 2555 
ตื่นเช้าหน่อย เตรียมตัวเข้าพม่ากัน ขับรถไปประมาณ20กิโลถึงด่านเจดีย์สามองค์ เสียค่ารถเข้า50บาท จ่ายค่าคนคนละ30บาท เข้าไปที่แรกคือตลาดพระยาตองชู ไปเดินตลาดเช้า ถ่ายรูปมันส์มาก พ่อค้าแม่ขายยิ้มแย้มดี ชวนคุยบ้างประปราย ได้กินหมูจุ่มที่พี่แอนบอกให้ลอง ลักษณะเป็นหมูเสียบไม้ ไม้ละ1บาท ประมาณไม้ละ1คำ มีเครื่องใน มีเนื้อ เลือกหยิบได้เลย มีน้ำซุปสีแดงๆอารมณ์น้ำพะโล้ให้ซดด้วย กินไป2คนกะตาล 20 ไม้ เสียดาย ถามเค้าเค้าบอกไม่มีข้าวสวย ไม่งั้นคงได้จริงจังสัก40บาท :o
 
 
 
 
จากนั้นไปวัดเสาร้อยต้น เป็นโบสถ์ที่มีเสาเยอะๆ ด้านนอกเป็นรูปปั้นพระพุทธรูปหลายองค์มากกกกกก เรียงกันเป็นแถวเลย แล้วก็ขับขึ้นไปเจดีย์เหนือ ระทึกมาก เพราะทางชันมากกกกสุดๆ แล้วก็ก็ดันไปขึ้นตรงทางลงเค้าด้วย โชคดีไม่มีรถขับลงมาไม่งั้นไม่รู้จะถอยกันยังไงเลย ขึ้นไปเป็นเจดีย์สีทองสวยงาม มีวิวภูเขาพม่าให้ดูลับหูลับตา สบายตาดีจริงๆ ถึงตอนลงก็ได้ตื่นเต้นกันอีกรอบ
 
 
พอออกจากพม่าก็ขับตรงไปยังที่พักสุดท้ายของเราชื่อ บ้านกกกอด อยู่ติดเขื่อนท่าทุ่งนา มีแผนที่นะ แต่เป็นแผนที่จากตัวเมือง แล้วเราอยู่สังขละเลยต้องถามทางเป็นระยะ จนมาถึงจนได้แบบไม่หลงเลย ดีจิงๆ ถ้ามาจากสังขละ ก็ขับลงมาเรื่อยๆถึงทองผาภูมิ ลงมาไปทางไทรโยค ถามตำรวจท่องเที่ยวบอกขับไป30โลถึงแยกเลี้ยวโลด ก็ขับๆไป ตรงนั้นเหมือนเป็นทางลัดไปอ.ศรีสวัสดิ์ ก็ขับเข้าไปแบบไม่รู้ว่าต้องขับไปกี่กิโล ขับไป มองทางไป เจอป้ายเล็กๆ พวกเราก็ค่อยโล่งใจ ถึงแล้วววว :)
 
 
 
พอรถจอดเข้าที่ก็มีเจ้าถิ่งสี่ขามารับ ชื่อขนมผิง มันออกมารับเลยทำให้เจ้าของเขารู้และออกมาต้อนรับเราเช่นกัน ที่พักคืนนี้เราจองไว้เป็นกระโจมเต้นท์ หันหน้าเข้าหาเขื่อน โอยชอบมากกกกกก น่ารัก เลยหลับไป1ตื่น แหะๆ
ตื่นมาก็ออกไปเล่นน้ำ เล่นอยู่คนเดียว ตาลไม่ยอมลงด้วย แต่ก็มีคนอื่นเขาก็พายเรือ ลงเล่นน้ำอยู่ด้วยเหมือนกัน ชอบมาเลย เขื่อนนี่เป็นน้ำนิ่งๆ ไม่เชี่ยว เวลาน้ำขึ้นลงก็ขึ้นแบบสูง-ต่ำ เลยทำให้ไม่อันตรายนะ พอเล่นเสร็จก็ออกไปกินข้าวร้านครัคุณลุง ที่นี่เขาไม่มีอาหารขายนะ จะกินต้องขับออกไปกินเอง ครัวคุณลุง อาหารโอเคเลยนะ ไม่แพง รสชาดจัดจ้าน ชอบมาค่ะลุง 
 
 
 
เสร็จแล้วก็กลับมาเล่นกะหมา มีชื่อ ขนมถ้วย ขนมผิง และขนมหวาน โคตรน่ารักเลย ตัวใหญ่ขี้อ้อน เป็นโกลเด้นผสมบางแก้ว หลงเลย3ตัวนี้ จากนั้นก็นอนหลับ สบายมากๆ
 
23 ตุลาคม 2555
วันนี้วันหยุดวันปิยมหาราช ต้องเดินทางกลับเข้ากรุงแล้ว ไม่อยากเลย อยากอยู่ต่อ แต่ชีวิตคงต้องดำเนินต่อไป..เราขับรถ ก็ดูกันอยู่นานจะแวะไหนดี แล้วก็ไม่ได้แวะอีก เพราะเราอยากลงไปตรงสะพานข้ามแม่น้ำแคว ไปเดินเล่นแถวนั้นแปบนึง หาก๋วยเตี๋ยวเรือกิน แล้วก็แวะร้านขายของฝาก แล้วก็ตรงกลับบ้าน
 
ถึงกรุงเทพเรางงๆกับทางในกรุงเทพพอสมควร สุดท้ายเลือกกลับทางเพชรเกษม รถติด หงุดหงิดจริง
สุดท้ายแล้วเดินทางถึงบ้าน จบแล้วกับทริปขับรถร่วม800กิโลของเรา เหนื่อย แต่สนุกมาก ได้เจอมิตรภาพใหม่ๆ ได้เจอวัฒนธรรมใหม่ๆ ได้กิน ได้อยู่กับอะไรใหม่ๆ โคตรมีความสุขเลย
 
เราคงได้เจอกันอีกแน่นอน กาญจนบุรี :)
 

Comment

Comment:

Tweet

จะไทย พม่า ก็คนเหมือนกัน ไม่รู้จะเหยียดดูถูกกันไปทำไมเนอะ อยากไปเที่ยวพม่าอ่ะ ถ้าไปชวนมั่งดิ 5 big smile

#2 By Paa orKant on 2012-10-25 16:47

น่าสนุกจังเลยค่ะ ชอบที่ลงไปเล่นน้ำได้ด้วย ^^ Hot! Hot!

#1 By momoocha on 2012-10-24 15:37