มีคนเคยบอกว่า ชีวิตก็เหมือนกับการเดินทาง บางทีสิ่งที่น่าสนใจ อาจไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทาง แต่มันอาจจะอยู่ในสองข้างทางที่เราเดินผ่านก็เป็นได้..
 
2ปีที่ผ่านมา (2010-2011) เราเองได้เดินทางไปยังประเทศต่างนับแล้วก็6ประเทศถ้วน
จริงๆแล้วก็เป็นประเทศเพื่อนบ้านเรานี่แหละ ได้แก่ ลาว พม่า เวียตนาม อินเดีย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
แต่ละที่ก็มีวิถีชีวิตของคนให้เราได้พบเห็นแตกต่างกันออกไป มันช่างมีสเหน่มากจริงๆ จะถึงตอนนี้ก็จะสิ้นปี2011แล้ว เลยอยากจะเขียนอะไรสักอย่างเพื่อทบทวนตัวเองว่า เรา ได้อะไรจากการเดินทางบ้าง
 
แต่ละคนก็มีจุดมุ่งหมายของการเดินทางแตกต่างกันออกไป และผลที่ได้มาก็อาจจะไม่ได้ตรงกับจุดมุ่งหมายเสมอไป
บางคนต้องการไปเพียงเพื่อพักผ่อน แต่กลับได้พบรักแท้
บางคนต้องการไปเพื่อค้นหาอะไรที่ทันสมัย เพียงเพื่อพบว่า วิถีในอดีตนั่นแหละที่สวยงามที่สุด
เรา ได้อะไรจากการเดินทางมากมาย แต่ถ้าเราเปิดใจ ยอมรับอะไรใหม่ๆให้เข้ามาในชีวิตด้วยละก็ นั่นคงเป็นกำไลที่เราแทบจะไม่ได้ลงทุนอะไรเลย
 
1.เพื่อนเก่า
เพื่อนเก่า เราหมายถึงเพื่อนร่วมทางที่ออกเดินทางกับเราไปตั้งแต่ต้น เพื่อนเก่าไม่ใช่เพื่อนทุกคนที่ไปกับเรา เราจะรู้ว่าเพื่อนเก่าที่ได้มานั้น เขาคนนั้นก็จะเป็นคนที่เรานึกถึงคนแรกๆของการเดินทางในครั้งต่อไป มันจะเป็นคนที่เราพร้อมจะตามใจ ถ้ามันอยากจะไป หรือคนที่จะตามใจเรา ถ้าเราต้องการเช่นกัน เราว่าหายากนะ แต่ถ้าได้เจอแล้ว นั่นคือความโชคดีอย่างนึงเลยเชียว
 
2.เพื่อนใหม่
เพื่อนใหม่ เราครอบคลุมทั่วทุกประเภทเลย ไม่ว่าจะเป็นนักเดินทางชาติอื่นที่บังเอิญพบกัน เจ้าของเกสเฮ้าส์ใจดี คนขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อหมา หรือแม้แต่เด็กเล็กๆที่วิ่งผ่านแล้วยื่นดอกไม้ให้ ทุกคนล้วนเป็นเพื่อนใหม่ที่น่ารักของเราทั้งนั้นเลย ความสุขของเรากับการพบเจอเพื่อนใหม่ คือการแลกเปลี่ยนความรู้กัน เคยมีเจ้าของเกสเฮ้าส์แนะนำร้านอาหารเด็ดๆในลำปาง หรือคนขายหมวกที่เวียตนามก็เคยสอนวิธีการดูหมวกของสาวเวียตนามในเมืองต่างๆ ชายอินเดียหน้าตาดุดันแต่ใจดี สาวญี่ปุ่นที่นอนด้วยกันในวันแรกที่เจอกันที่วังเวียง นั่นคือเพื่อนใหม่ที่น่ารักของเราทั้งนั้น เขาเหล่านั้นจำเราไม่ได้หรอก เพราะทั้งเขาและเราต่างเป็นคนตัวเล็กๆที่เดินทางผ่านไป และได้คุยกันแปบเดียว แต่ไม่รู้ทำไม ยิ่งตัวเล็ก เรายิ่งจำเขาได้ ไม่ค่อยลืม :)
 
3.อาหารใหม่
กรี๊ดดดดด ของกินท้องถิ่นที่น่ารักทั้งหลาย พูดแล้วก็คิดถึง ชอบมากเลยกับการได้กินอาหารท้องถิ่น อาหารพื้นเมืองของที่ต่างๆ เราไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมตามเกสเฮ็าส์ชอบเสริฟ์พวก ABF ไข่ดาว แฮม ไส้กรอก เขาน่าจะเสริฟ์อาหารพื้นบ้านของเขาเนอะว่าไหม ไปจีน เวียตนาม อินโดงี้ ได้กินแต่ไข่ ไข่ ไม่ใช่ไม่อยากกินนะ แต่ก็อยากกินอย่างอื่นมากกว่า ถ้าแบบไปเวียตนามแล้วเอาเฝอมาเสริฟ ก็คงน่ารักดี ไปอินเดียแล้วมีมัสมั่นกะโรตีก็คงแจ่ม หรือไปบาหลี แล้วมี Soto Ayam มาเสริฟ เราคงขอเขาเบิ้ลอีกชามแน่ๆ 
 
4.วัฒนธรรมใหม่
พูดถึงวัฒนธรรมใหม่ แค่เราก้าวออกจากบ้านเรา มันก็เป็นวัฒนธรรมใหม่ที่เราต้องเจอแล้ว นี่ข้ามประเทศ ยังไงก็หนีไม่พ้นที่จะต้องเจอ..บางที ถึงแม้เราคิดว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด มันก็ผิดในประเทศเขาแล้ว เราชอบจังเลยเวลาที่จะได้เจอวิธีการทักทายแบบใหม่ หรืออะไรใหม่ๆ ก็อย่างที่เขาว่า เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม มันใช้ได้กับทุกที่เลยนะ เราจะเข้าไปในที่ๆใหม่ ที่ที่เราไม่เคยไปแล้วไปทำกร่าง ไปคิดว่ากูมีเงิน ทำไรก็ได้ แบบนั้นคงไม่ดีแน่ แบบนั้นคงเรียกได้ว่า มาเที่ยวไม่คุ้ม บางทีการที่เราเจออะไรแบบนี้ ก็เป็นอีก1กำไรที่เราได้จากการท่องเที่ยว เมื่อถึงจุดหมายปลายทางก็เป็นได การลดช่องว่างระหว่างไกด์กับเรา หรือเจ้าของเกสเฮ้าส์กับเรา อาจจะยิ่งทำให้เราได้พื้นที่ความรู้ในสมอง กับพื้นที่ฟูฟูในหัวใจ เมื่อเราได้รับการดูแลที่ดีมากจากคนเหล่านั้น
 
เอ๊ ทำไมตอนแรกที่จะเขียนบล๊อคนี้เราคิดอะไรได้ตั้งเยอะ พอพิมพ์จริงๆ กลับไม่รู้จะพิมพ์อะไร
เอาล่ะ การเดินทางไม่เคยสิ้นสุด แม้คนที่ไปรอบโลกมา8รอบก็ยั้งไปได้ไม่ครบ ถ้าเราไม่ได้เดินทางเข้าไปถึงจิตใจตัวเอง ความคิด และจิตวิญญานของคนนั้นมีระยะทางไกลมาก เริ่มเดินและสำรวจตัวเองว่า อะไรคือเป้าหมายของการเดินทางที่แท้จริง เพียงเพื่อถ่ายรูปลงเฟสบุคอวดเพื่อน ได้เที่ยวที่ใหม่ๆ สัมผัสอากาศหนาวๆ..เท่านั้นหรือ แต่นั่นก็คงเป็นเป็นเป้าหมายแล้ว แต่ถ้าอยากได้กำไร ก็ลองเปิดใจมองหาอะไรใหม่ๆดู
 
:)
 

Comment

Comment:

Tweet