Incred!ble India :) Part.1

posted on 21 Nov 2011 10:19 by nanzynanzy in Travelers directory Travel
อยู่ๆก็อยากจะเขียนblogเรื่องการเดินทางไปอินเดียครั้งแรกในชีวิตขึ้นมา หลังจากที่การเดินทางสิ้นสุดลงไปเมื่อเกือบ6เดือนแล้ว เป้าหมายของเราคิดได้หลังจากพยายามหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกไปลงที่โกลกาต้า(Kolkata) ในตอนนั้นผู้ร่วมเดินทางทั้ง4คน ยังไม่มีใครรู้เลยว่า เจ้าโกลกาต้าเนี้ย มันอยู่ส่วนไหนของอินเดีย และเราจะไปไหนต่อจากโกลกาต้าได้บ้าง แต่ตอนนั้นตั๋วราคาถูกก็ทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายจริงๆ :)

พอหารีวิวมาแชร์กันเรื่อยๆก้พบว่า โกลกาต้าเนี้ยมันอยู่ทางตะวันออกของอินเดีย อยุ่เหนือๆพม่าไปหน่อยเดียวเอง และส่วนใหญ่เขาใช้เป็นทางผ่านเพื่อไปสิกขิม เนปาล อะไรเทือกๆนั้น ตอนนั้นเราเองก็เพ้ออยู่เหมือนกันว่าอยากจะไปบ้างทิเบต เนปาล แต่สุดท้ายจบลงด้วย เที่ยวในอินเดียนี่แหละจ๊ะ

เรามีเวลาทั้งหมด 7วันในช่วงวันแรงงานแห่งชาติไทย (1-7 พ.ค. 2554) ส่วนตัวเราเองแทบจะไม่ได้ช่วยวางแผนอะไรเท่าไหร่ อาจจะเป็นคนช่วยในการตัดสินใจแผนการเดินทางบางสายบ้างเท่านั้น เอาหล่ะ เนื่องจากก็ผ่านมาจะครึ่งปีแล้ว ความจำอาจจะลบเลือนไปบ้าง รายละเอียดก้คงหาจากเราได้ไม่มากนักเหมือน ก็เหมือน blog ก่อนๆที่เราเขียนที่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของเราล้วนๆ ลองอ่านกันดูแล้วกัน จะพยายามปะติปะต่อเรื่องราวให้ได้มากที่สุดนะ :)

ก่อนอื่นขอพูดถึงเรื่องการทำvisa อินเดียคร่าวๆว่า ลองไปหาข้อมูลเองแล้วกัน มีอยู่ดาษดื่นในเว็บ สถานที่ที่ให้ยื่นใบต่างๆอยุ่บนถนนสุขุมวิท ถ้านั่งรถไฟฟ้าก็มาลงอโศก นั่งใต้ดินก็ลงสุขุมวิท เดินมาได้แปบเดียว เรื่องการขอวีซ่า ทำเองได้สะดวกดี จริงๆร้านแถวนั้นก็มีรับจ้างกรอกวีซ่านะ เพราะมันต้องทำผ่านเว็บไซต์แล้วค่อยปริ้นออกมา แต่มันคงเก็บค้าจ้างเยอะอ่ะ เตรียมไปเองน่าจะดีกว่า อีกอย่าง ถ้าเรารู้ว่าเราจะเดินทางไปไหน ก็ลองศึกษาดูสักหน่อยว่า ที่ที่เราไปอ่ะจะต้องของ permit ด้วยหรือเปล่า ในกรณีของเรา ก้ว่าจะไปสิกขิม สิกขิมนี่มันเหมือนเป็นเขตปกครองพิเศษมั้ง เรียกไม่ถูกอ่ะ ต้องของ permitด้วย ซื้งเราสามารถบอกพนักงานตอนเราไปยื่นวีซ่าได้เลยนะ ว่าเราไปสิกขิมด้วยนะจ๊ะ เขาทำให้ฟรี ไม่มีจ่ายเพิ่มจ๊ะ :P
 

เอาหล่ะ ออกเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชียราคาประหยัด จุดหมายปลายทางอยุ่ที่สนามบิน NETAJI SUBHASH CHANDRA BOSE INTERNATIONAL AIRPORT (อ่านออกเสียงเป็นภาษาไทยโคตรยากประมาณว่า เนทราชี นูบลาส กันทราโบส อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ท) ออกมาแล้วก็มึนๆ ตามสไตล์แอร์พอร์ทแหละที่จะมีนายหน้านั่นนี่ แท๊กซี่ อาสาโก่งราคาหน้าเลือดพาเราไปยังสถานที่ต่างๆ ทางที่ดีควรศึกษามาสักนิดหน่อยว่าการเดินทางไปยังเป้าหมายต่อไปของเราหน่ะ มันไปยังไงได้บ้าง เพราะสนามบินนี่แหละ เป็นที่ที่เราจะโดน ฟัน! มากสุดๆที่นึงเลย ยิ่งถ้าหน้าตามึนๆอย่างเราด้วยแล้ว ถึงแม้จะโดนชักชวนง่ายเพราะไม่ค่อยมีแผนเท่าไหร่ แต่ด้วยความประหยัดเราก็ไม่เคยไปกะเค้าสักครั้งเลยนะ แฮะๆ  เราก้เดินดุ่มๆ หาทางออกจากสนามบินโดยรถโดยสาร แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่มีเลย สุดท้ายก้ต้องพึ่งแท๊กซี่ แต่ก็ต้องหาแบบที่มันเป็นเคาท์เตอร์ ดูน่าเชื่อถือ มีราคาแน่นอนสักหน่อย อย่างน้อยเราก้รู้ว่าเราพยายามแล้วนะ 

แผนของเราในวันแรก ไปซื้อตั๋วรถทัวร์นอนเพื่อเดินทางไปยัง Siliguri (สิริกูริ) และต่อแชร์จี๊ปไปยัง Darjeeling 
เรามาถึงโกลกาต้าเวลาบ่ายกว่าๆ(เวลาประเทศไทย) พอเราได้หาที่ซื้อตั๋วได้แล้ว เราก็ขอฝากกระเป๋าเดินทาง เพื่อออกเดินเล่นในโกลกาต้าทันทีโดยขึ้นรถราง พาหนะน่ารักๆของที่นี่ ราคาถูกมาก จำไม่ได้ว่ากี่รูปีนะ แต่คิดเป็นเงินไทยไม่เกิน5บาทอ่ะ เก๋ไก๋ตรงที่เราก็ขึ้นรถรางมั่วกัน โดยที่ไม่รู้เลยว่ารถรางนั้นมันไปสิ้นสุดที่ไหน และเราจะลงกันตรงไหนดี แต่เอาหน่ะ ก็ขึ้นมาแล้วนั่งถ่ายรูปเล่นก็ถือว่าคุ้มแล้ว รถรางที่นี่มีที่นั่งสำหรับผู้หญิงด้วยนะ น่ารักดี ชีวิตบนรถนั้นก้ดูวุ่นวายๆนิดหน่อย มีเด็กวนิพกขึ้นมาร้องเพลงขอตังซ่ะเสียงดังเชียว อันนี้เราชอบ และประทับใจมาก :)
 
//น้องคนเสื้อแดงเข้มตัวเล็กในรูปนี้แหละ//
*ภาพมันมืดหน่อยนะ ถ่ายจากกล้องฟิมล์*
 
//รถรางที่เราขึ้นกันในวันนั้น//
 
พอนั่งไปสักพัก เริ่มเห็นชุมชนที่มีคนเริ่มขวั่กไขว่ เราก็ลงจากรถกันเพื่อเข้าไปเดินเล่นแถวนั้น โอย ชอบมากเลย มันก็เป็นอินเดียจ๋าๆอ่ะนะ นักท่องเที่ยวนี่แทบไม่มีเลย พูดว่าไม่มีเลยนี่น่าจะถูกกว่า เราก็ได้เห็นวิธีชีวิตคนเขาจริงๆ มันไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่เขาจะขายอะไรตามใจนักท่องเที่ยวอย่างเราอ่ะ ร้านขายอาหารที่ดูเหมือนปอเปี๊ยบ้านเรา ลองกินแล้วก้พอกินได้ เดินมาหน่อยดุหลังร้าน อื้อหือ.... >_< 
 
//นี่ง่ะ//
 
ของกินที่นี่เยอะแยะมากมายเลย แต่ไอ้เราก็ไม่อยากจะพลังหมดเพราะขี้แตกตั้งแต่วันแรก เราก้เลยเลือกกินนิดนึง แม้ใจจะอยากลองมากแค่ไหน ยิ่งร้านน้ำผลไม้ น้ำมะนาว รถเข็นนี่ อยากชิมมาก แต่อ่านๆมา ร้อยทั้งร้อย บอกว่า อย่ากิน! โอเค จบนะ..จบ @_@
 
//ร้านน้ำมะนาวรถเข็น น่าลองอ่ะ//

ยิ่งเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆก้ ก็ยิ่งพบว่า คนอินเดียเนี้ย น่ารักจริงๆเลยนะ อัธยาศัยดีมากๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลย ชอบให้ถ่ายรูป ก็เข้าทางพวกเราสิ ฮิฮิ ถ่ายรูปไปแค่ตรงนี้ที่เดียว ไม่น่าจะเกินสองชม.หมดไป2-3ม้วนแล้ว ผ่าง! เด็กๆนี่ชอบให้มาถ่ายรูป รู้สึกอยากเข้ามาคุยกับเรา น่ารักดี บางทีถ่ายมุมนี้เสร็จ เดียววิ่งมาใหม่อีก2-3คน มีพร๊อพด้วย ขึ้นไปนั่งบนมอไซค์พร้อมเลย อ่ะ เราก็กดไปอีก 2-3รูป สนองน้องเขาหน่อย และสนองความชอบตัวเองด้วย :) 
เมืองนี้อีกาเยอะแฮะ แปลกจัง อยู่ไทยน้อยนักที่จะได้เห็นมันในปริมาณมากและใกล้ๆขนาดนี้ แล้วอีกาที่นี่ตัวเขื่องมากกกก จะน่ากลัวก้น่ากลัวนะ แต่เราถ่ายรูปมาได้หลายรูปเลย แหละ
 
//อีกาตัวเขื่อง พบเห็นได้ทั่วไป ใกล้มากๆ//
 
//เด็กน้อยอัธยาศัยดี//

พอเดินเล่นถึงเวลาก็หารถรางนั่งมั่วๆอีกแล้ว คิดว่ามันคงย้อนกลับไปทางเดิม ก็จริงอ่ะนะเราลงก่อนถึงป้ายเล็กน้อยแล้วเดินกลับไป ไปหาอะไรกิน กินอะไรก้ไม่รู้ จำชื่อไม่ได้ หน้าตาดูกรอบๆดี สั่งเลียนแบบโต๊ะข้างๆเขาหน่ะ กินมื้อนี้ไม่ได้อิ่มเท่าไหร่ ตื่นเต้นที่ต่อไปจะไปขึ้นรถทัวร์นอนข้ามคืนไปสิริกุริแล้ว
 
//อาหารมื้อแรกที่อินเดีย//

ไปถึงรถทัวร์ เออลืมบอกผู้ร่วมทริปรวมเรามีทั้งหมด3คนก็ซื้อตั๋๋วนอนไว้3ที่ ไม่ได้คิดไร คิดว่ามันคงจะเหมือนรถไฟที่ที่นอนที่ใครที่มันเนอะ ปรากฏว่า ขึ้นไปถึง เตียงคู่ครับ 1เตียงเนี้ย นอนได้2คน เอาแล้วไงหล่ะ เพื่อนเราก้ต้องนอนกับใครอีกคนก้ไม่รู้ อะหึๆ ก็จะใครซ่ะอีก ก้ต้องนอนกับชาวอินเดียหนวดเฟิ้ม หน้าตากรุ้มกริ่มคู่กันไปตลอดทางเลย แม่เจ้าาา เกิดมาเพิ่งเคยเห็นรถแบบนี้ เก๋จริงๆ จริงๆคนที่นั่นเขาก็ไม่อะไรหรอกมั้ง พวกเราเองแหละที่คงไม่ชินกับเขาเลยได้แต่นั่งเล่นตลกกันไปมากับชะตาชีวิตตลกๆของพวกเรา :) 

ผ่านคืนอันยาวนาน เราเองหลับไปตอนไหน ไม่รู้ตัว แอร์หนาวมาก และตกลงมาที่เราพอดิบพอดี ตื่นมากลางดึก เพื่อรู้ว่ารถจอดนิ่งสนิท เพราะมีอุบัติเหตุอะไรสักอย่างบนถนน ตอนนั้นมืดมาก ไม่รู้จริงๆว่าเกิดอะไรขึ้น เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ แต่เพื่อนบอกว่าพอรถเดินได้ ทั้งถนนก้สงเสียเฮราวกับคนเจอทองในบ่อบัว (เกี่ยวอะไรว่ะ?)
 

//เนี้ยอ่ะฮ่ะ สภาพรถ ถ่ายตอนเช้าแล้ว 1 เตียงนอนได้สองคนแบบสบายๆนะ//

รถนี่นะฮ่ะ เราไม่รู้ว่าเพราะอุบัติเหตุอะไรบนถนนเมื่อคืนป่าว แต่แม่งเลทที4ชั่วโมงเลย คือเราก็รู้แต่ว่า มันจะถึงสิริกูริตอน6-7โมงเช้า แต่นี่ปาเข้าไปเที่ยวแล้วเราเพิ่งจะถึงเองอ่ะ แล้วคิดดูระหว่างทางไม่มีใครบอกเราได้เลยว่า ที่นี่ที่ไหน อีกเมื่อไหร่จะถึง โอว พระเจ้าาาาาาาาาา :0

โอยพิมพ์มาตั้งนานแล้วเพิ่งจบวันแรก ยังไม่ได้ขึ้นรถทัวร์เลย เมื่อยแล้ว ไว้มาต่อภาคสองแล้วกัน ตามสเต็ปคนขี้เกียจอย่างเรา อิอิ
 

Comment

Comment:

Tweet