เมื่อวานอยู่ๆก็คิดอะไรได้ขณะนั่งรถสองแถวเข้าบ้าน
จริงๆเรื่องนี้คิดมาตั้งนานแล้ว เรื่องของความโชคดีของเรา
 
เรารู้สึกว่าตัวเองโชคดีกว่าใครหลายๆคนที่ได้พบได้เจออะไรหลายๆอย่าง
ตั้งแต่เกิดมาเราไม่รู้หรอกว่า ตัวเราเป็นใคร ใหญ่เพียงไหน
แนนได้เข้าเรียนอนุบาลเล็กๆแถวบ้าน ชื่อโรงเรียนอนุบาลเทพกร
เป็นโรงเรียนเล็กๆ ใกล้ๆบ้าน คุณครูน้อยๆ นักเรียนน้อยๆ
และก็ด้วยความที่พ่อในตอนนั้นเป็นที่รู้จักของชาวบ้านนิดนึง
จึงทำให้แนนก็เป็นที่รู้จักของคุณครูหลายๆท่าน ที่ทั้งรักและเอ็นดู
 
พอเข้าประถมก็ยังคงอยู่โรงเรียนเดิม ก็อย่างที่บอก โรงเรียนเป็นโรงเรียนเล็กๆ
มีซุ้มมุงจากไว้นั่งหลบแดดตอนกลางวัน
มีคลองเล็กๆที่เคยไปช้อนปลาเล่นเวลาเลิกเรียน
มีครูป๋องที่สนิทกัน บางวันก็พาแนนไปกินข้าวนอกโรงเรียน
(สิทธิพิเศษสุดๆ)
มีเพื่อนผู้ชายที่สนิทๆเยอะแยะ
มีแก๊งค์เพื่อนสาวที่เมื่อก่อนก็แบ่งพรรคแบ่งพวกกัน
มีเพื่อนสนิทที่รักมาก แต่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาอยู่ไหน..
ตอนเช้ามีคนมาส่ง7โมงเช้าทุกวัน
เพื่อให้มีเวลาเล่นกับเพื่อน1ชม.ก่อนเรียน
ตอนกลางวันเมื่อก่อนก็เอาปิ่นโตมากินที่โรงเรียน
บางวันแม่ก็เอามาให้จากบ้าน ได้กินอาหารร้อนๆ อร่อยๆ :)
ตกเย็นก็มีคนมารับ วันไหนโชคดีพ่อแม่มารับก็ได้ไปห้างต่อ
 
พอเข้ามัธยม ย้ายไปเรียนโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์
โรงเรียนหญิงล้วนแถวคลองเตย สังคมมันเปลี่ยนไปมากเลย
จากที่เป็นเด็กที่มาจากโรงเรียนเล็กๆ มีนักเรียน2-300คน
ครูทุกคนรู้จักแนนหมด แต่มานี่ แม้แต่ห้องเรียนวันแรกเรายังหาไม่เจอเลย
ทุกคนแข่งกันเรียน แข่งกันสวย แข่งกัน.......
ตอนนั้นก็มีความสุขดีนะ เพื่อนใหม่ สังคมใหม่ 
แต่มันก็เหมือนเราหลอกตัวเอง 
แต่เราก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ ว่าเราอยู่ได้
แนนก็เริ่มชินและเข้าใจถึงวิถีคนเมืองกรุงมากขึ้น 
รู้จักคำว่าเรียนซัมเมอร์ รู้จักคำว่าเรียนพิเศษวันเสาร์
รู้จักคำว่าโดดเรียน รู้จักคำว่าฝนตก รถติด
 
ให้ตายสิ ในโลกที่สวยงาม มีเพื่อนหน้าตาดีดี ฐานะดีดี
ได้กินอาหารอร่อยๆ ใช้ของแพงๆนั้น กลับทำให้เรารู้สึกว่า
ไม่ใช่เราเท่าไหร่เลย Y_Y
แต่พูดแล้วก็เหมือนคนที่มือถือสาก ปากถือศีล
แนนเป็นคนกลุ่มแรกในเด็กใหม่ม.1ที่ใช้จาค๊อป
แนนอีกก็เป็นคนกลุ่มแรกที่ใช้เพจเจอร์ตอนอยู่ม.2
แนนเป็นหนึ่งในนักสะสมและใช้ของซาริโอ
มีเยอะขนาดเอามาขายเพื่อนได้กำไรมหาศาลเลยนะเออ
แนนเป็นอีกหนึ่งที่มีมือถือเมื่อตอนม.5 
 
พอเข้ามหาลัย แนนบอกกับตัวเองว่าไม่อยากเจอสังคมแบบนั้นอีกแล้ว 
แนนอยู่ได้ แต่แนนไม่อยากอยู่
แนนไม่อยากตามเพื่อนๆไปเรียนด้วยกันเป็นขโยง
แนนเป็น1ในน้อยคนของเด็กวิทย์ที่สอบเยอะสุดๆ
ก็เล่นสอบทั้งสายวิทย์ และสายศิลป์
แนนไม่เลือกเรียนคณะ หรือมหาลัยที่เพื่อนเลือกเลยแม้แต่คนเดียว
ก็อยากเจออะไรใหม่ๆบ้างหนิ
 
ตอนนั้นดูหนังเรื่อง O-Negative
บอกได้เลยว่าเป็นแรงบัลดาลใจให้เราอยากเข้าศิลปากร
นี่แหละ อยากอยู่แบบนี้ คงจะมีคนคล้ายๆเราเยอะ น่าจะอยู่ได้ :)
ตอนเอ็นทราน แนนเลือกแค่คนที่เรียนไกลๆ เลือกเชียงใหม่ เลือกลาดกระบัง 
แต่ก็มาติดศิลปากร แต่คณะที่ไม่ค่อยอยากเรียนเท่าไหร่
แนนเลยเข้า คณะ ict สาขาออกแบบ ซึ่งมีความสนใจอยู่แล้ว
 
พอเข้ามาก็ได้เจอเพื่อนใหม่ เจอสังคมใหม่ 
และด้วยความที่เรามาจากคอนแวนต์ คนส่วนใหญ่ก็มองว่าเราหยิ่ง 
เราไม่เข้าใจ เราหยิ่งตรงไหน 555 
เราได้เจออะไรที่เราไม่รู้ เราเพิ่งเคยกินเหล้าครั้งแรกที่มหาลัย
เรามีแฟนคนแรกตอนอยู่มหาลัย
เราได้กลิ่นปุ๊นครั้งแรกก็ที่มหาลัย
เรารู้จักคำว่าทำงานจนดึกจนดื่น นอนตอนเช้าก็ที่นี่
แต่เรามีความสุขมาก ที่ได้เจออะไรใหม่ๆแบบนี้
 
เราได้เจอกับคนที่ดีสุดๆ
คนที่เลวสุดๆ
คนที่เห็นแก่ตัวสุดๆ
รู้ว่าชีวิตจริงๆแล้วไม่ได้สวยงามแบบที่เคยเห็นในโรงเรียน
แต่เราไม่เคยคิดว่า เราจะอยู่ไม่ได้เลย
ตรงกันข้าม เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้เจออะไรใหม่ๆ :)
 
อ่านมาถึงตรงนี้ก็คงรู้ว่าเราผ่านมา3สังคมที่แตกต่างกันแล้ว
พอเราเรียนจบ เราเข้าทำงานที่บ.The Web Flight 
สังคมใหม่ที่เราคิดว่าเราไม่เคยจะได้เจอ ก็ได้เจอ
มันเป็นโลกที่ทั้งสวยงามสุดๆ แต่ก็น่ากลัวสุดเช่นกัน
ความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน 
การได้รู้จักและทำความเข้าใจกับอะไรใหม่ๆ ที่เป็นจริงเป็นจังขึ้น
ไม่ยากเลยสำหรับเรา ... :)
หากแต่มีเพียงบางเวลาเท่านั้นที่เราก็แอบคิดว่า
เราเป็นกาที่มาอยู่ในฝูงหงษ์หรือเปล่า
 
สังคมที่4ที่ได้เจอ แนนได้อยู่ในสังคมของบุคคลดัง
เอาสั้นๆเลยดีกว่า เราอยู่ในสังคมคนรวย 
เราได้นั่งรถเล็กซัส ทะเบียนงามๆไปเที่ยว
มีรถเก๋งคันโต มาส่งถึงบ้าน
และได้เจอแต่คนที่ดีสุดๆและคนที่เอ่อออ..สุดๆ
มันตลกดี
ที่นี่ทำให้เรารู้จัก คำว่าให้
 
ให้ในที่นี่คือ รู้สึกอยากให้คนอื่นมีความสุข
อยากให้พ่อให้แม่มีความสุข
อยากช่วยเหลือคน
การให้มันช่วยให้เราไม่เป็นคนตระหนี่
ให้เราเป็นคนไม่เห็นแก่ตัว
และยิ่งให้ เราก็ยิ่งได้ 
 
มีวันนึง กลับไปเจอเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันตอนประถม
เพื่อนถามแนนว่า แนนทำงานอะไร
แนนก็บอกไป แล้วแนถามเพื่อนว่า แล้วแกทำงานไร
มันบอกว่า มันขับมอไซค์รับจ้าง
แนนแฮปปี้นะ แนนรู้สึกดีที่เพื่อนไม่เสแสร้ง 
แล้วแนนก็รู้สึกว่า เนี้ยแหละเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นยังไง มันก็ต้องรับกันและกันให้ได้
เพื่อนอีกคนลูกสาวโตแล้ว 
 
มันต่างกันนะ ที่วันนี้ แนนเจอ แนนอยู่ในสังคมกรุง กินข้าวมื้อละ100
แต่อีกวัน แนนก็กำลังคุยอยู่กับเพื่อนแนนที่มีอาชีพที่แนนไม่คิดว่า แนนจะมีเพื่อนอาชีพนั้น
งงมั้ย
 
วันนึงสังคมอีกอันก็เข้ามา แนนได้รับโทรสับให้ไปเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาที่ศิลปากร
แนนเคยอยากเป็นครูอยู่ช่วงนึง
แต่ก็ไม่คิดหรอกว่าจะได้เป็นอะไรที่ใกล้เคียงครู
แต่อยู่ๆ เมื่อได้รับโอกาสนั้น แนนก็รับมันไว้ และทำมันด้วยความเต็มใจ
แนนอยู่ในโลกของคนเก่งทุกวันเสาร์กลางเดือน เดือนละ1ครั้ง
มันดีสำหรับแนนมาก แนนรู้ตัวเองว่าแนนเป็นแค่เศษเสี้ยวววววววจริงๆ
แรกๆแนนก้คิดว่าแนนจะทำไมได้
ตอนนั้นกังวลมากว่าเราจะทำหน้าที่นี้ได้ดีแค่ไหน
แต่ส่วนใจอีกข้างก็ดีใจ แนนอยากทำให้พ่อกับแม่มีความสุข
วันที่ได้เดินไปบอกว่าแนนได้เป็นอ.ที่มหาลัย:)
 
วันที่แนนเป็นอ. มีเด็กๆยกมือไหว้กันเยอะแยะ 
ก็เป้นวันเดียวกันกับที่แนนโหนรถเม คนเบียดๆ นั่งสองแถวกลับบ้านพร้อมกับสาวโรงงาน
เป็นคนเดียวกันกับคนที่ใส่ชุดราตรีไปงานที่โรงแรมคอนราด
เป็นคนเดียวกันกับคนที่Backpackไปเที่ยวลาวคนเดียว
เป็นคนเดียวกันกับที่เคยไปบวชพราหมณ์ที่วัดอโศการาม
เป็นคนเดียวกันกับร้องขออยากไปอินเดียๆ
เป็นคนเดียวกันกับคนที่ลูกสาวสว.เยาวราชบอกว่า ถูกชะตา
เป็นคนเดียวกันกับคนที่สอบได้4.00ตอนเรียนปี4
เป้นคนเดียวกันกับคนที่เกือบตายเพราะเป็นซีสที่ถุงน้ำดี
เป็นคนเดียวกันกับคนที่คิดมากในทุกๆเรื่อง
และแนนคนนี้และ ที่รู้สึกว่า ตัวเองโชคดีแค่ไหน
ที่เป็นแนน ที่ชอบที่จะทำอะไรหลายๆอย่าง
ที่ไม่อยากจะอยู่แค่ในกระชังเลี้ยงปลาที่พอมีน้ำพัดมาก็ไหวไปตามน้ำ
แต่ก็ว่ายออกไปไหนไม่เป็น
 
ถึงตอนนี้ ถ้าใครได้อ่าน คงจะงงว่า จิงๆมันก็ไม่ได้มีอะไรมากเลย
แค่เปลียนโรงเรียน แต่เข้ามหาลัย และแค่ทำงาน
แต่เชื่อเถอะว่า ถ้าคุณคนอ่านได้ลองมาใช้ชีวิตของแนน
จะรู้ว่า มันคุ้มค่าแค่ไหน
ดีใจที่ตัวเองเป็นแบบนี้
 
เอนทรี่นี้ยาวมาก ใชเวลาเขียน2วันเลยนะ
แต่เวลาในเรื่องผ่านมา26ปีแล้ว
 
อยากรักตัวเองให้มากกว่านี้ 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

555555 big smile

#8 By Davolio on 2011-09-12 15:08

ชีวิต สุดตีนว่างั้น confused smile

#7 By nangnoi (182.53.123.159) on 2011-09-12 13:39

เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาจุลนิพนธ์มาได้ปีเดียวเอง big smile

#6 By Davolio on 2011-06-02 14:15

big smile เป็นอาจารย์แล้วเหรอเนี่ย

#5 By Paa orKant on 2011-06-02 11:09

เป็น "เราที่เป็นเรา" ..
มีความสุขที่สุดแล้วค่ะ surprised smile Hot! Hot!

#4 By littleffrog on 2011-06-01 19:33

โลกใบนี้จะสอนเราเดินทางเอง
ขอแค่เป็นตัวของตัวเองและรักตัวเองก็พอ ^^big smile big smile Hot! Hot! Hot!
สุขใจ
เมื่อพอใจ
ในตัวเอง


Hot! Hot! Hot!

#2 By อิสระรำพัน on 2011-06-01 19:09

Hot! Hot!

อ่านแล้วได้อะไรดีๆกลับไปคิดเยอะเลยค่ะ
บางทีเรารู้สึกเสียใจ น้อยใจว่าทำไมเราถึงเป็นแบบนี้ ทำไมเราเรียนไม่เท่าคนอื่นสักที ทำไมเราถึงชอบอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่น ทำไม ฯลฯ
แต่พอมอมงมุมกลับกัน มองหาสิ่งดีๆจากชีวิตที่ผ่านมาของเรา รู้สึกว่ามันก็มีอะไรดีๆซ่อนอยู่เยอะแยะเลย :))

#1 By HeDw!g on 2011-06-01 19:06